รู้จัก “เวชศาสตร์ชะลอวัย” ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพคุณ

เวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นศาสตร์แขนงใหม่สำหรับใครหลายๆคน แต่ในยุคนี้ที่คนหันมาดูแลสุขภาพและความงามกันมากขึ้น เราค้นหาวิธีต่างๆ เพื่อให้เรามีสุขภาพดีดูอ่อนกว่าวัย แน่นอนว่าเราไม่สามารถย้อนอายุหรือหยุดความแก่ของเราไปได้ตามกฎของกาลเวลา แต่เราก็ศึกษาและค้นพบศาตร์แขนงหนึ่งที่ใกล้เคียงเป้าหมายของเราทำให้แก่ช้าลงหรือชะลอวัย นั่นก็คือ เวชศาสตร์ฟื้นฟูสุขภาพและชะลอวัย (Anti-Aging) นั่นเอง

เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging)  เป็นศาสตร์ที่เน้นการดูแลก่อนที่จะป่วย เพื่อให้เราทุกคนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีจนถึงบั้นปลายของชีวิตนี้

หากย้อนไป 55 ปีก่อน อายุเฉลี่ยของเราอยู่ที่ประมาณ 57 ปี ปัจจุบันอายุขัยอยู่ที่ประมาณ 75 ปี เพิ่มขึ้นเกือบ 20 ปี จากความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้โอกาสเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อน้อยลงมากเมื่อเทียบกับอดีต พอมนุษย์เราสามารถมีอายุยืนยาวมากขึ้น เราจึงต้องเผชิญกับโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายแทน เช่น

  • โรคเบาหวาน
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคไขมันในเลือดสูงเป็นต้น

ซึ่งเราพบว่าการจัดการปัญหาเมื่อเกิดโรคแล้ว ยากกว่าการป้องกันไม่ให้เกิดโรค เหมือนกับการตามซ่อมรถที่พัง ซ่อมกลับมายังไงก็ไม่มีทางเหมือนเดิม ต่างจากการนำรถเข้าศูนย์เพื่อตรวจสภาพสม่ำเสมอ อายุการใช้งานย่อมนานกว่า

การดูแลร่างกายแบบเวชศาสตร์ชะลอวัย เราเน้นการป้องกันเป็นหลัก เหมือนการมาตรวจสุขภาพตามปกติ แต่ต่างกันที่จะมีการตรวจที่ลงลึกกว่าการตรวจสุขภาพโดยทั่วไป เพราะเราไม่ได้มาตรวจเพื่อหาโรคอย่างเดียว แต่เวชศาสตร์ชะลอวัย เราจะตรวจเข้าไปว่าในร่างกายเรามีอะไรที่มันยังขาดที่จำเป็นต้องเสริม หรือมีความเสี่ยงอะไรที่ต้องระวัง ที่จะมีผลต่อสุขภาพในระยะยาว เพราะหากเรารู้ก่อนตั้งแต่ยังไม่เป็นโรคและรีบป้องกันย่อมได้ผลที่ดีกว่า เน้นการดูแลจากภายในของเรา ถ้าภายในดีภายนอกก็จะดูดีขึ้นด้วย

เวชศาสตร์ชะลอวัยตรวจอะไรบ้าง??

นอกจากการตรวจ lab พื้นฐาน ดูการทำงานของตับ ไต น้ำตาล ไขมัน ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด แล้ว เราจะมีการตรวจที่ลึกกว่านั้น เช่น

ดูว่าระดับวิตามินในเลือดของเรา มีตัวไหนขาด ตัวไหนเกิน ซึ่งมีความสำคัญมาก หลายคนรับประทานวิตามินโดยไม่เคยตรวจดูระดับในเลือดเลย พอไม่เคยตรวจทำให้บางตัวที่ขาดแต่ไม่ได้เสริม ในขณะที่บางตัวทานนานเข้าจนเกินก็มี ยิ่งในผู้สูงอายุยิ่งต้องระวัง ทานเยอะเกินก็ย่อยไม่หมด เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ ทานไม่ถูกตัวก็ไม่ได้ผล เพราะฉะนั้นปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมวิตามินในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ

นอกจากนี้ อาการบางอย่างที่รู้สึกว่าร่างกายเหนื่อยเพลียง่าย ที่ตรวจสุขภาพโดยทั่วไปก็ปกติดี อาจมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างที่ส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติไปก็ได้ ซึ่งเราก็จะพบได้จากการตรวจระดับฮอร์โมน ทำให้แพทย์สามารถแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวเพื่อให้อาการดีขึ้นได้

อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าควรต้องมาตรวจ??

เวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นการป้องกันก่อนเกิดโรค ดังนั้น จริง ๆ คนทั่วไปที่ยังไม่มีอาการก็สามารถเข้ามาตรวจได้ เหมือนการตรวจสุขภาพประจำปี

สำหรับคนที่เริ่มมีอาการเสื่อมของร่างกายให้เห็น ได้แก่

  • เหนื่อยเพลีย
  • ป่วยบ่อย
  • เป็นหวัดง่าย

กลุ่มนี้บ่งบอกว่าร่างกายเริ่มประท้วงแล้ว ควรมาหาสาเหตุ ว่าพฤติกรรมอย่างไรที่น่าจะปรับให้ร่างกายกลับมาอยู่ในภาวะที่สมดุล แพทย์จะทำหน้าที่เป็นโค้ช ส่วนคนไข้มีหน้าที่ปฏิบัติให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


เราควรดูแลตัวเองอย่างไรให้ชะลอวัย??

หัวใจของการชะลอวัย หรือการดูแลร่างกายให้ชะลอวัย หลัก ๆ คือ

  • กินให้ดี
  • นอนให้ดี
  • ออกกำลังกายพอเหมาะ
  • และเครียดให้น้อย

จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่เราทุกคนรู้กันอยู่แล้ว เวชศาสตร์ชะลอวัยจึงเป็นการเอาเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้วมาขยายใจความมากขึ้น มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยัน และติดตามผล


  1. เรื่องแรก คือ กินให้ดี ไม่จำเป็นต้องแพง แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าอาหารมากขึ้น อย่าปรุงแต่งอาหารที่กินเยอะ ทานอาหารไม่มากไป ไม่น้อยไป  และควรทานให้หลากหลาย ไม่ควรทานซ้ำ ๆ เป็นประจำ
  2. นอนให้ดี เพราะการนอนที่ดีจะทำให้ความเครียดลดลง และทำให้เกิดความสมดุลของฮอร์โมน นอนให้ถูกเวลา และเพียงพอ แต่มีเงื่อนไขว่า!! ต้องเป็นช่วงที่หลับลึกเท่านั้น หลังเริ่มเข้านอน คนเราจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. กว่าจะเข้าสู่ภาวะหลับลึก (stage 3) จึงเป็นเหตุผลว่า ควรเข้านอนไม่เกิน 5 ทุ่ม ส่วนอีกเรื่องคือ

    นอนเพียงพอ ในแต่ละคนต้องการการนอนที่ไม่เท่ากัน เราจะรู้ได้จากการที่เราลองเข้านอนโดยไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุก แล้วนับจำนวนชั่วโมงตั้งแต่เข้านอน จนตื่นขึ้นมาเองอย่างสดชื่น นั่นแหละคือจำนวนชั่วโมงการนอนที่เพียงพอสำหรับตัวเรา

  3. ออกกำลังกายให้เหมาะสม และสม่ำเสมอ เป็นสิ่งสำคัญในการชะลอวัย เพราะการออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะทำให้ร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนได้ดีขึ้น และช่วยให้ฮอร์โมนสมดุล อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที-1 ชม.
  4. การลดความเครียดเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะความเครียดมีผลต่อร่างกายอย่างมากมาย ทำให้ฮอร์โมนผิดปกติ และกระทบต่อทั้งการนอน และการรับประทานอีกด้วย เรื่องความเครียดเป็นเรื่องใหญ่มีเรื่องให้พูดเยอะ ไว้มีเวลาเราจะมาพูดในประเด็นความเครียดโดยเฉพาะอีกที ถ้าทำได้ทั้ง 4 อย่าง เราจะอ่อนเยาว์จากภายในสู่ภายนอกเลยทีเดียว

“การไม่มีโรค คือ ลาภอันประเสริฐ”

คำพูดนี้คงเป็นคำคุ้นหูที่ทุกคนเคยได้ยิน โลกมีพัฒนาเทคโนโลยีวิทยาการทางการแพทย์มากมาย เพื่อตอบโจทย์การดำรงค์ชีวิตของเราให้อยู่อย่างสุขสบาย ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เราสร้างยา วัคซีน หรือเครื่องมือล้ำสมัยต่างๆ เพื่อต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ

และการสะสมความรู้ตลอดวิวัฒนาการของมนุษย์ทำให้เราเปลี่ยนมุมมองจากการเป็นฝ่ายรับ รอคอยโรคภัยมาเยือน เป็นการหันมาดูแลร่างกายตัวเอง ให้มีสภาพที่สมบูรณ์ ที่หมายถึงสมบูรณ์ในระดับที่ลึกลงไป  ไม่ใช่แค่จากภายนอกที่เราเห็นกัน ลดส่วนที่เกิน เพิ่มส่วนที่ขาดอย่างถูกวิธีและก้าวไปสู่การดูแลร่างกายให้อ่อนเยาว์ จนถึงขึ้นชะลอวัยหรือทำใหแก่ช้าลงนั่นเอง ยังมีเรื่องศาสตร์การชะลอวัยอีกมากมายให้ทุกท่านได้รู้จัก และนำไปใช้ในการดูแลร่างกายของคนและคนที่คุณรักอีกมากมาย ติดตามอ่านได้ในหัวข้อต่อๆไปได้ค่ะ


 

บทความโดย แพทย์หญิง อโนชา เพชรรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ
ศูนย์ดูแลสุขภาพและความงาม โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต
โทร : 091-770-6640
Line ID : @3ACENTER