แบ่งปันประสบการณ์ การเสริมจมูก ครั้งแรกในชีวิต!

สวัสดีค่า วันนี้ลัลจะพาเดินทางกลับไปที่ 3A CENTER ศูนย์ดูแลสุขภาพและความงาม โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต กันอีกครั้ง สืบเนื่องจากการไปเสริมความงามมาครั้งแรก (Blog Review IPL) ทำให้รู้สึกประทับใจอะไรในหลายๆอย่าง บวกกับรพ.นี้เค้าเปิดบริการมาค่อนข้างยาวนาน ชื่อเสียงคือก็อยู่ในระดับเป็นที่ยอมรับ (มีเสียงเพื่อนๆหลายคนมาเล่าให้ฟังว่าประทับใจเรื่องการบริการและการผ่าตัดมากๆ) เพราะฉะนั้นจึงเป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต นั่นก็คือเลือกที่จะศัลยกรรมจมูกค่ะ

คือต้องทำความเข้าใจก่อนว่านี่ไม่เคยเสริมอะไร หรือผ่านการศัลยกรรมอะไรเกี่ยวกับใบหน้ามาเลย ธรรมชาติยังไง ก็ธรรมชาติ (ลงโทษ)ฉันนั้น 555+ 22

ลัลเลยโทรไปนัดคิวกับทางคุณหมอ โดยพี่โอ๋เป็นคนหาคิวให้ การนัดครั้งแรกนี้ คือการนัดทำความเข้าใจและให้คุณหมอช่วยประเมินทรงจมูกพร้อมทั้งสอบถามข้อสงสัยต่างๆนานาที่อยู่ในใจค่ะ 4

หมอที่เป็นคนทำการผ่าตัดให้ลัลรอบนี้คือ คุณหมอเปาค่ะ หมอเปาเป็นคนตลกและไม่เครียดเลย ตอนเข้าไปปรึกษา หมอก็จับๆบิดๆตรงจมูกแล้วอธิบายให้ฟังว่า ปัญหาของลัลคือกระดูกจมูกเบี้ยว คือเบี้ยวแบบธรรมชาติเลย (ส่วนนี้ลัลก็พอจะทราบอยู่แล้ว บ้างเพราะสังเกตเห็นจมูกตัวเองว่าแอบเบี้ยว) ส่วนตรงปลายและทรงเดิมคุณหมอว่ามีความสวยอยู่แล้ว แต่อยากให้เข้าใจว่า เรื่องของเบี้ยวมันแก้ยาก กลัวทำไปแล้วมีคนทักว่า อุตส่าห์ไปทำจมูกมาแล้วยังเบี้ยวไรงี้
161616
ลัลเลยถามคุณหมอว่า แล้วปกติถ้าคนจมูกเบี้ยวแล้วต้องการแก้ให้กลับมาตรงจะต้องทำอย่างไร 
คุณหมอบอกต้องเปิดจมูกออก แล้วทุบใหม่เพื่อใส่ซิลิโคนให้พยุงเป็นแกนของจมูก แต่ว่าวันใดวันนึงหากเราไม่มีซิลิโคนตรงนี้อยู่เราก็จะหายใจไม่ได้เหมือนกัน คุณหมอบอกว่าค่อนข้างอันตรายมากๆและไม่แนะนำให้ทำเลย  การเสริมซิลิโคนก็สามารถช่วยแก้ได้นิดหน่อย ทำให้ทรงสวยขึ้น และดูเบี้ยวน้อยลงด้วยค่ะ

.. นี่เลยเข้าใจกระจ่างว่าเออ แกนเบี้ยวแก้ไม่ได้ 555 เลยถามคุณหมออีกว่าลัลจะเอาทรง พี่หญิง รฐา คือชอบจมูกพี่หญิงรฐามาก อะไรจะเด้งเป๊ะปังขนาดนั้น หมอบอก โอเคเลยเอาทรงนี้ สวยทำได้ หน้าเราต้องไปทางเกาหลี แต่ลัลขอคุณหมอว่าเอาแบบที่ตา จะไม่ชิดกันจนตี่ หรือโด่งไปจนผิดธรรมชาติซึ่งทางคุณหมอเข้าใจและโอเคทุกอย่าง (แอบรู้มาว่าคุณหมอนี่มือโปรผ่านเคสมาหลายร้อยเคสแล้ว) ลัลเลยนัดวันเพื่อทำการผ่าตัด นั่นก็คืออีก 1 สัปดาห์ค่ะ

ความเปลี่ยนแปลง

169 ในช่วง 1- 2 วันแรกหลังจากผ่าตัดจะเป็นช่วงที่จมูกบวม มีรอยช้ำเขียวเยอะที่สุดแล้วค่ะ รู้สึกตึงและปวดมากด้วยแต่พอได้ทานยาแก้ปวด อาการปวดก็หายไปจนเริ่มหมดฤทธิ์ยาจึงจะกลับมารู้สึกอีกครั้ง
มีอาการตาบวมนิดๆ ส่วนปากก็ตึงมากเช่นกัน พูดได้เบาๆ พยายามไม่ให้ตัวเองมีความตลก 26 เพราะปกติเส้นตื้นมากเลยไม่ดูรายการตลกเลยไม่งั้นจะเจ็บมากหน่อย …
ตอนนอนก็มีเลือดไหลออกมา ค่อนข้างถี่เลยเพราะแผลสดมาก พยายามอยู่แต่ในห้องไม่อยากออกไปไหนเพราะมีทั้งฝุ่นและควัน
ลัลต้องคอยใช้ไม้พันสำลี และคัตตอนบัด ซับเลือดอยู่ตลอด เพื่อนก็เป็นห่วงมาก ถึงกับขนาดมานอนด้วยเพื่อคอยดูอาการ

169  วันที่ 3 เลือดที่ไหลน้อยลง จนแทบจะไม่มีแล้วค่ะ จะมีก็แต่ซึมอยู่ภายในบริเวณจมูกบ้าง อาการปวดเริ่มดีขึ้น มีรอยช้ำเขียวตรงบริเวณสันจมูกอยู่ ตายังตึงและบวมอยู่นิดๆ

169 อาการก็ยังคงหายวันหายคืนจนกระทั่งวันที่ 6 ช่วงเย็นลัลตัดสินใจถอดเฝือกปลาสเตอร์ออก วิธีการถอดคือจะใช้สำลีชุบน้ำเกลือมาเช็ดเบาๆตรงบริเวณขอบปลาสเตอร์แล้วค่อยๆ ดึงออกจากทิศทางด้านล่างขึ้นสู่ด้านบนค่ะ เพื่อซิลิโคนกระทบกระเทือนน้อยที่สุด
สังเกตเห็น่าตรงบริเวณรอยเฝือกผิวจะเป็นสีขาวมากกว่าบริเวณอื่นๆ อาจด้วยการโดนปิดทับอยู่เป็นเวลานาน รอยเขียวช้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นโทนเหลือง แต่ยังเป็นบริเวณกว้างไปถึงหัวตา


169 วันที่ 7 วันนี้คุณหมอนัดติดตามอาการและดูแผลผ่าตัดค่ะ ลัลแอบรู้สึกว่าการไม่ยุ่งเกี่ยวกับหน้าเลย ไม่แต่งหน้าเลยมาเป็นเวลา 7 วัน นี่ทำให้หน้าใสขึ้นเยอะเลย ฮ่าๆ สิวไม่มีอักเสบขึ้นมาสักเม็ด ชอบมาก ชักจะติดใจความหน้าสดเสียแล้วสิ

คุณหมอบอกว่าดูแลแผลดีมากแผลแห้งแล้ว ภายในสะอาด สัปดาห์หน้างั้นก็นัดตัดไหมเลยแล้วกัน

หลังจากนี้ก็สามารถแต่งหน้าได้ ใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่ให้ระวังเรื่องอาหารการกินเหมือนเดิมเพราะแผลยังไม่เข้าที่ ระวังไว้ปลอดภัยที่สุด

ลัลสังเกตว่ารอยช้ำเริ่มมีบริเวณแคบลงจากเดิม ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากๆค่ะ จมูกเราก็เริ่มไม่บวมมากแล้วดูเป็นทรงมากขึ้น อีกทั้งตาก็ดูโตมากขึ้นเยอะด้วย 555+

ตอนนี้เข้าสู่ช่วงวันที่ 10 แล้วยังรู้สึกตึงๆตรงบริเวณจมูกอยู่บ้าง เดี๋ยวลัลจะมาอัพเดทให้ชมกันอีกครั้งเมื่อครบ 20 วันนะคะ (ตอนนั้นคุณหมอนัดตัดไหมเรียบร้อยแล้วด้วย) ว่าทรงจมูกของเราจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

วันนี้วันที่ 14 ลัลมาอัพเดทจมูกก่อนตัดไหมกันค่ะ ลัลลองเเต่งหน้าครั้งแรกตั้งแต่ทำจมูกมา ค่อนข้างยากพอสมควรตอนลงรองพื้นและสกินแคร์ต่างๆ เพราะเวลาเราลงบนแก้ม หรือบริเวณใกล้ๆจมูกก็จะแอบมีอาการตึงๆอยู่ค่ะ เราต้องทาด้วยความระมัดระวัง โดยนิ้วนางและนิ้วก้อย

วันไปตัดไหมบังเอิญว่าแผลตรงบริเวณรอยเย็บแห้งไปนิดเลยมีเหมือนสะเก็ดเกาะติดอยู่ เลยทำให้เกิดอาการเจ็บจี๊ดๆนิดนึงตอนตัดไหมค่ะ
พี่เจ้าหน้าที่แนะนำว่า อาหารที่ควรงด ก็คงต้องงดอยู่ไปสักระยะ (ประมาณ 2 สัปดาห์) คราวนี้ไก่ ไข่ นม ก็งดด้วยค่ะ เพราะมีแผลสดเกิดขึ้นแล้วกลัวจะเกิดแผลคีลอยด์ ขึ้นมาได้

ตอนนี้เสริมจมูก ครบ 20 วันแล้วค่ะ แผลเริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่ยังมีรอยแผลเป็นเล็กๆตรงบริเวณที่เย็บนิดเดียวค่ะ เวลาเม้มปากก็มีอาการตึงเบาๆอยู่บ้าง แต่โดยรวมคือไม่รู้สึกเจ็บหรืออะไรแล้ว ใช้ชีวิตได้ตามปกติยกเว้น การออกกำลังกายหนักๆ ตอนนี้ที่ลัลทำได้ เช่น พวก สควอช ยกเวทแขน เป็นต้นค่ะ
ทรงจมูกก็ดูเข้าที่เข้ากับหน้ามากขึ้น ปลื้มมากค่ะ มีคนทักเยอะว่าสวยขึ้น หน้าคมขึ้นและตาโตกลมเลย ชีวิตเปลี่ยนรู้สึกมาจากภายในว่าตัวเองสวยขึ้น 555+ อย่าเพิ่งหมั่นไส้นะเคยเป็นป่าวเวลารู้สึกว่าตัวเองสวยขึ้นมันจะทำอะไรก็มั่นใจไปหมด
และที่ชอบที่สุดคือแต่งหน้าง่ายมาก ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนออกมาก็ไม่ติดขัดเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ขอบคุณความปลอดภัยในการผ่าตัดครั้งนี้ / ขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจทำ / ขอบคุณคุณหมอและจนท.รพ.ทุกคนเลยสำหรับการดูแลและเทคแคร์อย่างดีค่ะ ประทับใจมากจริงๆ

ความเปลี่ยนแปลง Before/After

สำหรับใครที่อ่านรีวิวมาถึงตรงนี้ แล้วคิดอยากทำจมูกเหมือนลัลบ้าง ลองสอบถามทางรพ. ตามข้อมูลนี้นะคะ

WEBSITE : https://www.chularat-cac.com
3A CENTER ศูนย์ดูแลสุขภาพและความงาม โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต
90/5 หมู่ที่ 13 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ บางพลี สมุทรปราการ 10540