สวัสดีค่ะ ปีใหม่แล้วสิ่งที่ตั้งใจว่าจะทำ ได้เริ่มทำกันหรือยังคะ ?

แน่นอนว่าตอนต้นปีสิ่งหนึ่งที่เราคิดไว้ว่าจะต้องทำคือ “ปีนี้ฉันจะลดน้ำหนักให้ได้” ผ่านไปครึ่งปีก็ยังไม่ได้เริ่มลด มีความสุขอยู่กับการกิน มีความสุขอยู่กับคำว่า “อ้วนก็มีความสุขได้” “ไปให้สุดแล้วหยุดที่ 100 กิโล” จนเวลาผ่านไปใกล้จะสิ้นปี จนเสื้อผ้าเริ่มใส่ไม่ได้ทั้งตู้ กางเกงตัวโปรดคับแน่นสุด ๆ พุงแน่นเหมือนคนท้องใกล้จะคลอด เดินแป๊บเดียวก็ปวดข้อเท้ามาก เหนื่อยง่าย หน้ามันสุด ๆ ประจำเดือนเริ่มขาด ฉันไม่ไหวกับชีวิตแบบนี้แล้วสิ จึงได้เริ่มปฏิบัติการลดน้ำหนัก วันนี้เราจึงเอา 5 เทรนด์ฮิต พิชิตน้ำหนักส่วนเกิน  มาฝากกันค่ะ

1.คีโตเจนิค ไดเอต คือ การลดน้ำหนักด้วยการทานอาหารหมู่คาร์โบไฮเดรต หรืออาหารประเภทแป้งและน้ำตาลให้น้อยที่สุด เน้นกินอาหารประเภทไขมันดีให้ได้ร้อยละ 75-80 ควบคู่ไปกับอาหารหมู่โปรตีน เพื่อปรับการทำงานของระบบเผาผลาญพลังงาน ถือเป็นการปรับให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะเลียนแบบการอดอาหาร เพื่อให้ร่างกายดึงไขมันที่เก็บสะสมไว้มาเผาผลาญเป็นพลังงานแทนน้ำตาล

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่สาว ๆ จะลองนำสูตรคีโตเจนิค ไดเอต ไปใช้ลดน้ำหนักนั้น ควรจะรู้ถึงกระบวนการปรับตัวของร่างกายที่มีต่อสูตรลดน้ำหนักนี้เอาไว้บ้าง นั่นคือ เมื่อเราอดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตได้ระยะหนึ่งแล้ว ร่างกายจะเข้าสู่ช่วงปรับตัว ผลคือ ร่างกายจะไม่มีแรง รู้สึกอ่อนเพลียง่าย และเนื่องจากร่างกายเผาผลาญกรดไขมันเป็นพลังงาน ทำให้มีสารเคมีที่เรียกว่า คีโตน (Ketone) ในร่างกายมาก จึงเกิดการถ่ายทอดออกมาผ่านรูขุมขนและลมหายใจได้ เราอาจรู้สึกตัวเองว่าลมหายใจเหม็น

2.สูตร Night Tomato Diet คือสูตรลดน้ำหนักที่ใช้มะเขือเทศค่ะ

กินมะเขือเทศเป็นอาหารเย็น ในมะเขือเทศมีไลโคปีนสูง ดังนั้นผลที่ได้จากวิธีนี้ไม่ใช่แค่ลดน้ำหนักได้ แต่ยังทำให้ผิวสวยด้วยค่ะ ไลโคปีนและเส้นใยอาหารในมะเขือเทศจะช่วยลดคอเลสเตอรอล และช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น กระตุ้นระบบการเผาผลาญค่ะ  ไลโคปีนยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ วิตามินในมะเขือเทศช่วยทำให้ผิวแข็งแรง บรรเทาอาการผดผื่น และปัญหาสิวได้ค่ะ

แต่วิธีนี้ก็อาจจะไม่ได้ผลกับคนที่ไม่ชอบมะเขือเทศนะคะ

3.ลดของหวาน ห้ามกินของหวาน หรือช็อกโกแลต

การลดของหวานเป็นเรื่องที่สุดแสนจะทรมานใจ แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักให้ได้ผล ขนมที่หวานมากๆ น้ำหวาน น้ำอัดลม หรือช็อกโกแลต ก็ต้องงดไป หรือกินให้น้อยที่สุด เพราะยิ่งอากาศหนาวมากร่างกายเราก็ยิ่งต้องการพลังงานมาก ทำให้เราอยากกินของหวานๆมากกว่าปกติ เมื่อเผลอกินเข้าไปเยอะๆตามความเรียกร้องของร่างกาย คราวนี้ก็ยิ่งลดน้ำหนักได้ยากค่ะ เป็นจากขนมรสหวาน มาเป็นผลไม้ที่ทานแล้วไม่อ้วนดีกว่าค่ะ

 

4.กินคลีน

อาหารคลีน (Clean Food) คือ อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่าง ๆ หรือผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดนั่นเอง อาหารเหล่านี้จะเป็นอาหารที่สดสะอาดไม่ผ่านกระบวนการหมักดองหรือปรุงรสใด ๆ มากจนเกินไป เช่น เค็มจัดหรือหวานจัด เป็นต้น อย่างอาหารประเภทอาหารสำเร็จรูปที่แช่ตู้เย็นนั่นคือตรงข้ามเลย เพราะอาหารเหล่านี้มักใส่สารกันเสียเข้าไปด้วยเพื่อให้สามารถเก็บได้นานขึ้น หรือขนมขบเคี้ยวที่ก็จะมีแต่แป้งและผงชูรส และยังเต็มไปด้วยโซเดียมกับน้ำมัน น้ำอัดลมหลากสีหลากกลิ่นทั้งหลาย รวมทั้งอาหารขยะอย่างเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย ไก่ชุบแป้งทอดก็ด้วย การปรุงอาหารแบบคลีนไม่ใช่การเน้นทานผักเยอะ ๆ แต่เป็นการทานอาหารทุกหมู่อย่างในสัดส่วนที่เหมาะสม

การที่เราจะเริ่มเข้าสู้การรับประทานอาหารแบบคลีนนั้น อย่างแรกเราต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าถึงกับตัดขาดอาหารบางประเภทที่คุณโปรดปราน เพียงแค่ลดปริมาณให้น้อยลงไปเรื่อย ๆ จนคุณเริ่มคุ้นชินกับอาหารประเภทคลีน เพราะการลดอาหารปกติอย่างฉับพลันเพื่อจะเปลี่ยนไปทานอาหารเพื่อสุขภาพแบบทันที มันอาจจะมีผลเสียย้อนกลับมาอย่างเช่น รู้สึกไม่มีแรง หิวง่าย และมีอาการหงุดหงิดตลอดเวลา นั้นทำให้การใช้ชีวิตคุณแย่ลง ซึ่งไม่ใช่การทานเพื่อสุขภาพแน่นอน

 

5.หากคุณคิดว่าวิธีข้างต้นที่กล่าวมาเป็นไปได้ยาก อีกหนึ่งวิธีสำหรับสาวๆที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่ไม่อยากอดอาหาร ไม่อยากเสี่ยงการการทานยาลดน้ำหนัก ไม่อยากผ่าตัด การใส่บอลลูนเพื่อลดน้ำหนัก สามารถลดน้ำหนักได้ โดยการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารจะลดพื้นที่ในกระเพาอาหาร ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้น ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการหิวจะหลั่งลดลง ทำให้รู้สึกหิวน้อยลง และทานน้อยลง จนทำให้น้ำหนักลดได้นั่นเอง หากลดน้ำหนักได้ตามความต้องการแล้ว ก็ทำการนำบอลลูนออกจากกระเพาะอาหาร ง่ายๆแค่นี้เอง

ไม่ว่าหุ่นของคุณจะเป็นแบบไหน คุณก็สามารถที่จะเปลี่ยนมาเป็นหุ่นสวยสุดเซ็กซี่ได้ ด้วยการใส่บอลลูนเพื่อลดน้ำหนัก สามารถลดน้ำหนักได้จริง ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต โทร.08-0074-8800