โอย…เพลียจังเลย
ทำไมง่วงอย่างนี้…
นี่ก็มืดเเล้ว เเต่ นอนไม่หลับเลยตาสว่างสุดๆ…

ท้องไส้ปั่นป่วนสุดๆ ง่วงมาก เเต่ก็หิวด้วย …

ปวดหัว วิงเวียน เหมือนนอนไม่พอ

ใครเคยเป็นเเบบนี้บอกได้เลยว่าคุณกำลังเกิด อาการ Jet Lag นั่นเอง

ถ้าอยากหายจากอาการเหล่านี้บอกเลยว่าไม่มียาตัวไหนรักษาได้ ไม่อยาก Jet Lag นานๆ เราต้องฝึก….

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

  1. ลองปรับเวลาการนอน:

การปรับเวลานอนเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับนาฬิกาชีวิตเเบบง่ายๆที่น้องสามารถลองทำดูได้ ให้น้องๆดูเวลาตาม GMT ในการประเวลานอนด้วย (GMT ของประเทศไทย GMT+7)

เช่น ไปประเทศเเถบ Australia (GMT+8, GMT+9, GMT+10)  หรือ New Zealand (GMT +12) ให้ปรับเวลานอนเร็วขึ้น หรือ ถ้าไปเเถบยุโรปหรืออเมริกา  น้องๆ อาจจะต้องลองปรับเวลานอนให้ช้าลง เช่น ไปที่นิวยอร์คประเทศอเมริกา New York (GMT-4)

  1. ใส่เเว่นกันแดด:เทคนิคนี้อาจใช้ได้ผลในบางคน หากน้องๆพยายามปรับเวลาให้นอนเร็วขึ้นทั้งๆที่ยังสว่างอยู่ ให้ลองใส่เเว่นกันเเดด เพื่อตาได้ปรับระบบการรับเเสง
  2. วางแผนเที่ยวบินให้มีการเปลี่ยนไฟลท์ (Stop Over): หากเป็นไปได้ลองวางเเผนเที่ยวบินให้มีจุดพักระหว่างทางบ้าง เพื่อให้ได้ปรับตัวเข้ากับ Time Zone ที่ต่างทีละนิด
  3. สงบสติอารมณ์ (Keep Calm): เวลาจะเดินทางไปต่างประเทศเราจะค่อนข้างกังวลกับหลายๆ เรื่อง เช่น เรื่องของที่เตรียมไปพอไม๊ พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ ลองนั่งเงียบๆสักพักเเล้วเรียบเรียงสิ่งที่ต้องทำเเล้วทุกอย่างก็จะราบรื่

การเตรียมตัวระหว่างเดินทาง

  1. ปรับเวลากิจวัตร:ระหว่างเดินทางให้ลองปรับกิจวัตรการกิน การนอน ให้ตรงตามเวลาของสถานที่ที่จะไป
  2. ระวังการใช้ยาประจำตัว:การใช้ยาที่ทำให้หลับระหว่างเดินทางอาจไม่ช่วยให้ร่างกายปรับสภาพ หรือ แก้อาการได้ ควรตรวจสอบเรื่องการใช้ยาให้ดีก่อนเริ่มเดินทาง
  3. ให้ดื่มน้ำเยอะๆ :การขาดน้ำอาจทำให้ร่างกายเกิดอาการเพลียเพิ่มขึ้นได้ หากเป็นไปได้ให้เลี่ยงเครื่องดื่มคาเฟอีน หรือ เเอลกฮอล์ ระหว่างเดินทาง
  4. ทำตัวให้สบายที่สุด:ควรหาท่านั่งที่สบายที่สุด อาจจะหาหมอนรองคอที่อุดหู หรือ ผ้าปิดตา เพื่อให้ได้พักผ่อนเต็มที่
  5. ยืดเส้นยืดสาย:การนั่งท่าเดิมนานๆอาจทำให้เกิดเหน็บชา หรือ มีอาการปวดตามร่างกาย ลองลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อยืดเส้นสาย บิดซ้าย ขวา ยกขา เเกว่งเเขน หรือ เดินไปมา ก็ช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉง หรือ ตื่นตัวขึ้น
  6. เมื่อเดินทางถึงเเล้ว:ให้พยายามปรับเวลาให้เร็วที่สุดเช่น ไปถึงตอนกลางคืนก็พยายามนอน เเละ ตื่นตามเวลาท้องถิ่นของสถานที่นั้นๆ เเอดมินก็ฝืน ถึงเเม้จะง่วงเเค่ไหนตอนกลางวันก็ฝืนตื่นจนถึงกลางคืน เพื่อที่จะนอนยาวเพื่อตื่นมาเช้าของอีกวันนึง

ลองเอาทิปเล็กน้อยๆไปปรับใช้ดูนะ เเต่ละคนอาจใช้เวลาปรับไม่เท่ากันบางคนปรับได้เลย

สำหรับคนที่รู้สึกว่าอาการนี้ไม่หายสักที ยังคงนอนไม่หลับ รู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา โดยเราขอแนะนำว่าให้คุณลอง Travelling Cocktail ที่จะช่วยให้คุณท่องเที่ยวสบายตัว ไม่กลัวเจ็บป่วยเหมาะสำหรับสาวๆที่ต้องออกทริปบ่อยๆ และไม่ต้องกลัวอาการ Jet Lag อีกต่อไป